เคล็ดลับการสร้างยอดขายบน LINE OA ผ่าน เมนูไลน์ อัปเดต 2022

เพิ่มยอดลูกค้าใหม่ พร้อมดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ Line OA ผ่าน เมนูไลน์ ให้กับธรกิจออนไลน์ จะทำอย่างไรบ้าง? ตามไปดูพร้อมกัน

สำหรับคนทำธุรกิจค้าขายบนช่องทางออนไลน์ LINE Official Account (LINE OA) ซึ่งเป็นบัญชี LINE แบบธุรกิจที่ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสาร และการขายสินค้าระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ทั้งการส่งข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทำ Targeting เอาไว้ เรียกได้ว่าเหมาะกับทั้งพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ คนทำ SMEs ไปจนถึงแบรนด์ขนาดใหญ่ที่อยากได้ตัวช่วยในการบ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ ส่งต่อโปรโมชัน ไปจนถึงปิดการขายได้ในช่องทางเดียว

ซึ่งถ้าหากใครสนใจที่จะใช้ Line OA ในการสร้างยอดขายและติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้แบบมีประสิทธิภาพล่ะก็…วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการใช้งาน Line OA ผ่าน เมนูไลน์ ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้

เคล็ดลับการบรอดแคสต์ที่ดีของ LINE OA

ฟีเจอร์บรอดแคสต์ (Broadcast) ของทาง LINE Official Account คือ ฟีเจอร์แรกที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก เพราะเป็นเมนูไลน์ที่สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้หลากหลาย เนื่องจากวิธีการ Broadcast LINE OA คือ การกระจายข้อความให้ ผู้ติดตามครั้งละหลายคนผ่านการ Broadcast โดยสามารถใช้เพื่อกระจายคอนเทนต์ที่ธุรกิจต้องการแจ้งให้ทางลูกค้าทราบได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ Promotion, การประกาศเรื่องสำคัญ, หรือเนื้อหาในวันสำคัญต่างๆ เป็นต้น

ในด้านการใช้งานจะมีรายละเอียดที่ธุรกิจสามารถตั้งค่าให้ข้อความขึ้นได้ตามต้องการ รวมถึงกำหนดวัน เวลา ต่างๆ ได้ด้วย ดังนี้

  • ระบุผู้รับ : การบรอดแคสต์ (Broadcast) เป็นเมนูไลน์ที่สามารถเลือกกำหนดกลุ่มผู้ส่งได้ โดยสามารถเลือกจาก ระบุ > เลือกรายชื่อผู้ติดต่อที่ต้องการ ซึ่งการระบุกลุ่มผู้ติดต่อสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การเพิ่ม Demographic อย่างการตั้งค่าจาก Friendship period (สามารถเลือกลูกค้าที่เป็น Friend กับคุณได้ตั้งแต่น้อยกว่า 6 วัน ไปจนถึงมากกว่า 365 วันขึ้นไปในการบรอดแคสต์ได้), Gender (เลือกตามเพศ) เป็นต้น และการเพิ่มจาก กลุ่ม Audience และ Retarget โดยคุณสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลที่มีได้เลย 
  • วัน/เวลา : สามารถเลือกได้ว่าจะส่งข้อความเลย หรือจะตั้งค่าเวลาเอาไว้ล่วงหน้า
  • การตั้งค่าขั้นสูง : จะมี Option เสริม 3 ส่วนให้เลือกได้ คือ Timeline Post กำหนดจำนวนข้อความ และการทดสอบ A/B Testing
  • เพิ่มเนื้อหาภายใน เป็นการใส่เนื้อหาข้อความได้ เช่น ข้อความ, รูปภาพ, คูปอง, Rich Message, Rich Video Message, วิดีโอ เป็นต้น

โดยการส่งข้อความบรอดแคสต์ (Broadcast) ใน 1 สัปดาห์ ไม่ควรบรอดแคสต์ เกิน 2-3 ครั้ง ควรมีการแนบรูปภาพ หรือวิดีโอเพื่อดึงดูดความสนใจ และควรที่จะมี Call to Action เพื่อให้ผู้ใช้งานทำอะไรบางอย่างด้วย

นอกจากนี้ฟีเจอร์บรอดแคสต์ (Broadcast) ยังสามารถดูข้อมูล Insight จากแดชบอร์ด (Dashboard) หลังบ้าน เพื่อดูสถิติข้อมูลของยอดจำนวนการส่ง (Delivered), จำนวนการเปิด (Open Count) ไปจนถึงจำนวน Impression โดยรวมได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้ในการเลือก Target Marketing ในรอบถัดไปได้อีกด้วย

เรียนรู้ฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างยอดขายจากเมนูไลน์ของ LINE OA

นอกจากฟีเจอร์บรอดแคสต์ (Broadcast) แล้ว ยังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คนนิยมใช้กันค่อนข้างมาก นั่นก็คือ Rich Content ซึ่งเป็นวิธีการส่งข้อความแบบพิเศษ โดยการสื่อรูปแบบต่างๆ เช่น รูปภาพ เสียง และวิดีโอ ที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ติดตามได้ดีมากๆ ซึ่งจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนด้วยกัน ดังนี้

1. Rich Messages

เป็นฟีเจอร์จากเมนูไลน์ที่สามารถส่งข้อความเป็นรูปภาพขนาดใหญ่พิเศษ หรือขนาดเต็มจอแช็ตไปยังผู้ติดตามได้ นอกจากนี้ยังสามารถฝังหน้าลิงก์ปลายทางเพื่อพาผู้ติดตามไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้ ซึ่ง Rich Messages มีข้อดีคือ ความสะดุดตา สามารถออกแบบให้สวยงามและสื่อถึงความเป็นแบรนด์ได้ นอกจากนั้นยังสามารถส่งตรงบริการหรือโปรโมชันให้กับผู้ติดตามได้ง่ายๆ เพื่อให้พวกเขากระทำบางอย่างตามเป้าหมายของธุรกิจที่ต้องการ เช่น

ตัวอย่าง Rich Messages ของกรุงศรีออโต้ที่มีบริการคำนวณค่างวดพร้อมขอตารางผ่อนของรถยนต์ได้ด้วยตัวเอง

Rich Messages ของกรุงศรีออโต้ ได้ออกแบบไว้สำหรับแจ้งให้ผู้ติดตามทราบถึงบริการคำนวณค่างวดรถให้ พร้อมสามารถขอตารางผ่อนได้เลย นอกจากนี้ยังมีการส่ง Rich Message ของประกันแต่ละประเภทเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ผู้ติดตามได้เลือกซื้อประกันที่เหมาะสมได้ด้วยตัวเองให้ในแต่ละวันอีกด้วย

ตัวอย่างหลังจากกด Rich Messages ไปแล้วจะเจอกับหน้าเว็บไซต์ของกรุงศรีมาร์เก็ต ที่จะมีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อรถที่สามารถค้นหาเพื่อคำนวณค่างวดรถด้วยตัวเองได้เลย

หลังจากเลือกยี่ห้อและรุ่นรถที่ต้องการได้แล้วจะเจอกับรายละเอียดของราคาผ่อนเริ่มต้นของรถรุ่นนั้นๆ พร้อมทั้งปุ่ม Call to action พาไปยังหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับบริการของกรุงศรี เช่น ใช้วงเงินเลย ซึ่งเป็นการกดเพื่อใช้วงเงินจากบัตรกรุงศรี ออโต้ หรือกดขอสินเชื่อจากปุ่ม ขอสินเชื่อก็ได้

หรือถ้าใครกดขอดูข้อมูลเพิ่มเติมก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นรถ ตารางคำนวณการผ่อน ไปจนถึงโปรแกรมคำนวณการผ่อนมาให้ครบ เรียกได้ว่า คลิก Call to action ไหนก็สามารถไปจบที่การสร้าง Conversion ได้ด้วยตัวเอง

2. Rich Video Messages

ตัวอย่าง Rich Video Message จากหลังบ้าน LINE OA

ยกตัวอย่าง Rich Video Messages ของ Burger King ที่ใช้วิดีโอในการนำการนำเสนอบริการใหม่ของ Burger King นั่นคือ บริการ Self Pick-Up และเมื่อลูกค้ากดรับชมวิดีโอแบบเต็มหน้าจอจะปรากฏปุ่มให้สั่งซื้อผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Burger King ได้เลย

3. Card-Based Messages

ตัวอย่าง Card-Based messages จาก LINE OA ของ Amway Thailand

Card-Based messages คือ ภาพสไลด์ที่ผู้ติดตามสามารถเลื่อนดูภาพต่อๆ ไปที่เราต้องการสื่อสารได้ แถมยังมีปุ่ม Call-to-action ที่เมื่อคลิกแล้ว จะลิงก์ออกไปยังคูปอง บัตรสะสมแต้ม หรือเว็บไซต์ปลายทางที่กำหนด ซึ่งการใช้เทคนิค Call to Action หรือเรียกสั้นๆ กันว่า CTA ที่เป็นกระตุ้นการตัดสินใจหรือคำสั่งที่น่าสนใจเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดยอดคลิก ยอด Traffic และยอดขายได้มากขึ้นด้วย

4. Rich Menu

Rich Menu คือ ปุ่มเมนูที่แสดงผลอยู่บนหน้าแช็ต (Chat) บนเมนูไลน์ ทำให้ผู้ติดตามสามารถเลือกดูเนื้อหาที่ต้องการได้จากการใส่ลิงก์ปลายทาง เพื่อเป็นเมนูลัดไปยังหน้าอื่นๆ ได้ เช่น ใส่ปุ่มสั่งซื้อสินค้า ติดต่อสอบถาม วิธีการชำระเงิน ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น

Rich Menu ของ ไปรษณีย์ไทยและ Kerry Express ที่เป็นบริการจัดส่งพัสดุเหมือกันจึงเน้นการบริการในด้านการจัดส่งพัสดุบน Rich Menu เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเช็กสถานะการจัดส่ง, บริการรับฝากของนอกสถานที่ มีปุ่มให้คลิกค้นหาการจุดบริการต่างๆ รวมถึงมีการให้สมัครสมาชิกเพื่อเก็บ Lead เพิ่มเติมได้อีกด้วย รวมถึงทางแบรนด์มีการนำสี CI (Corporate Identity) มาใช้ในการออกแบบ Rich Memu ที่แสดงถึงแสดงถึงเอกลักษณ์ และทำให้ mood & tone ของเมนูไลน์ไปในทิศทางเดียวกัน โดยไปรษณีย์ไทยจะใช้สีแดงและขาวเป็นหลัก ส่วน Kerry Express จะใช้เป็นสีส้ม ทำให้สื่อถึงความเป็นแบรนด์ได้ชัดเจนแม้จะอยู่ในอตุสาหกรรมเดียวกันก็ตาม

นอกจากนี้การทำ Rich Menu ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตมากขึ้นได้ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันการทำงานที่จากเดิมมีเพียงแค่ 6 ช่องให้สามารถคลิกเพิ่มเติมได้มากขึ้นด้วยการทำ Dynamic Rich Menu ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับ Rich Menu ให้มีมากขึ้น และก้าวเข้าสู่การสร้าง Conversion ทางการขายได้ดีขึ้นอีกด้วย

สรุป

การใช้ LINE Official Account (LINE OA) นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนทำธุรกิจ เพราะในปัจจุบันนี้ LINE ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการติดต่อสื่อสารอีกต่อไป แต่ยังมีฟีเจอร์อีกมากมายบนเมนูไลน์ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ (Brand Awareness), การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Engagement), การสร้างลูกค้า (Conversion) ไปจนถึงการรักษาลูกค้าไว้ (Retention) ซึ่งรับรองได้ว่าช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างแน่นอน

สนใจใช้ช่องทาง LINE OA แบบมีประสิทธิภาพ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ Customer Journey แบบครบถ้วน ติดต่อเราได้เลยที่ :

☎️ LINE : @theomelet

📷 Instagram : @theomelet.co

🌐 Website : https://theomelet.co/

ที่มาของข้อมูล

วิธีใช้ LINE Official Account

แชร์บทความนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

ไม่ต้องฝัน
ก็เริ่มทำงานในฝันได้ที่นี่